หน้าที่ความรับผิดชอบ
1.
ด้านพิธีการนำเข้า-ส่งออก
- ทางบก
มีหน้าที่รับผิดชอบด้านทิศตะวันตกติดต่อกับชายแดนประเทศพม่าตลอดแนว
ยาวประมาณ 212 กิโลเมตร มีจุดผ่อนปรนทางการค้า 1 จุด คือ บริเวณช่องด่านสิงขร
ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 6 ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ในปัจจุบัน จังหวัดฯ ได้มีมติมิให้บุคคลผ่านเข้า ออก เนื่องจากเหตุการณ์
ไม่สงบในประเทศพม่า ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2542 เป็นต้นมา
ทำให้ไม่มีการค้าขายตามแนวชายแดน กับประเทศพม่าบริเวณจุดผ่อนปรน
นอกจากนี้ยังมีการนำโค-กระบือ จากประเทศพม่า ผ่านเขตแดนทางบก
เข้ามาเสียภาษีอากรที่ด่านฯ ตามช่องทางอื่น ๆ ตามมาตรา 5 ทวิ
แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 อีกด้วย
จุดผ่อนปรน
ช่องสิงขร
- บริเวณ
บ้านไร่เครา ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- วัน และเวลาทำการ 08.00 น. - 18.00
น.
- ลักษณะการผ่อนปรน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ประกาศเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าบริเวณช่องสิงขร
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2540 เพื่อให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ตามชายแดนได้เดินทางเข้าออก
และซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าได้ภายในวงเงินไม่เกิน
500,000 บาท / วัน / คน ต่อมา สมช.
ได้แจ้งให้จังหวัดฯ ทราบถึงมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเปิดจุดผ่านแดนครั้งที่
4/2542 ที่มีมติให้กระทรวง มหาดไทยและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์พิจารณาระงับการดำเนิน
การทางเศรษฐกิจและการค้า ณ ช่องสิงขร
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จึงได้มีมติในที่ประชุมคณะกรรมการ
ระดับ จังหวัดให้ระงับ มิให้บุคคลเข้าออก
ณ ช่องสิงขรตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน
2542 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ ยกเว้นการนำเข้า สินค้า
ถ่านหินและการส่งออกอุปกรณ์ในการทำเหมืองถ่านหิน
ของบริษัท สระบุรี ถ่านหิน จำกัด
ซึ่งได้รับสัมปทานการทำเหมืองถ่านหิน
ในประเทศพม่าจากรัฐบาล ประเทศพม่า
บริเวณบ้านมูด่องห่างจากชายแดน
ประเทศไทยประมาณ 20 กิโลเมตร ซึ่งสภาความ
มั่นคงแห่งชาติ ได้มีมติ ในการประชุมคณะกรรมการฯ
พิจารณาการเปิดจุดผ่านแดน ครั้งที่
2/2542 ให้ บริษัทสระบุรี ถ่านหิน
จำกัด นำถ่านหินจาก ประเทศพม่า
เข้ามาในประเทศไทย และส่งอุปกรณ์
การทำเหมือง ถ่านหิน ออกไปทางช่องทางด่านสิงขร
ตาม มาตรา 5 ทวิ แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร
(ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2480 โดยไม่ต้องประกาศเปิดเป็นจุดผ่านแดนชั่วคราวแต่อย่างใด
มีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมดูแล
การเข้าออกของอากาศยาน ผู้โดยสารและสินค้า ที่เดินทางผ่านเข้าออกทางท่าอากาศยานหัวหิน
ซึ่งตั้งอยู่ที่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปัจจุบันท่าอากาศยานหัวหิน
ไม่มีเที่ยวบินที่เดินทางเข้าออก เป็นการประจำ มีเพียงเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่เดินทางเข้าออกเป็นครั้งคราว
ซึ่งด่านฯจะต้องจัดเจ้าหน้าที่ไปประจำการเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารและบริษัทสายการบินทุกครั้งที่มีการเดิน
ทางเข้าออกของอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานหัวหิน
2. ด้านการป้องกันและปราบปราม
-
ที่ผ่านมาเคยมีการลักลอบนำ
โค กระบือ ผ่านชายแดนจากประเทศพม่าเข้ามา แต่ในปัจจุบันด่านฯ
ได้ประสานกับ หน่วยงานด้านความมั่งคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปราบปรามและกดดันให้ผู้
ลักลอบค้า โค กระบือ เข้าสู่ระบบภาษี โดยนำโค กระบือ เข้ามาเสียภาษีให้ถูกต้อง
ซึ่งผู้ค้าโค กระบือ เริ่มเข้า สู่ระบบการเสียภาษี ตั้งแต่เดือน
กรกฎาคม 2546 เป็นต้นมา
-
การลักลอบหนีศุลกากรในเขตพื้นที่รับผิดชอบของด่านฯ
อยู่ในรูปแบบของการส่งผ่านจากภาคใต้ไปสู่
ภาคอื่น ๆ หรือจากภาคอื่น ๆ ไปสู่ภาคใต้ โดยใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมเป็นหลัก
แต่เนื่องจากอัตรา
กำลังเจ้าหน้าที่ของด่านฯ มีจำกัด ในการปฏิบัติงานจึงเน้นในด้านการให้บริการด้านการปฏิบัติพิธีการ
การควบคุม และตรวจปล่อยสินค้าเป็นหลัก ประกอบกับบนเส้นทางถนนเพชรเกษม
มีหน่วย ปราบปรามของกรมศุลกากร ตั้งอยู่ที่ อ.ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ปฏิบัติหน้าที่ในการ
ตรวจ ค้น ยานพาหนะที่ผ่านขึ้น ลงระหว่างภาคใต้กับภาคกลางโดยตรงอยู่แล้ว
รวมทั้งมีหน่วยงาน อื่นๆ เช่น ตำรวจทางหลวง ตำรวจท้องที่ ตั้งด่านตรวจอยู่เป็นระยะ
ในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามลักลอบหนี
ศุลกากรของด่านฯ จึงเน้นไปในด้านการข่าว โดยติดตามหาข่าว รวมทั้งแลกเปลี่ยนข่าวสาร
ข้อมูล
เกี่ยวกับการ ลักลอบหนีศุลกากรกับสายข่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
เมื่อได้ข้อมูลเกี่ยวกับการลักลอบ หนีศุลกากรที่แน่นอน จะจัดเจ้าหน้าที่ออกไปทำการตรวจค้นจับกุมต่อไป
3.
ด้านการส่งเสริมการส่งออกโดยใช้มาตราการทางภาษีอากรตามกฎหมายศุลกากร
มีหน้าที่รับผิดชอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
จำนวน 2 ราย คือ
-
คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ดำเนินการโดยบริษัท
ท่าเรือประจวบ จำกัด ตั้งอยู่ที่ ท่าเรือประจวบ อำเภอบางสะพาน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดตั้งคลังเมื่อปี พ.ศ. 2542 สินค้าที่นำเข้าเก็บในคลังฯ
เป็นสินค้าเหล็กประเภทต่างๆ ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นอากรขาเข้าและขาออก
เมื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันนำเข้า
-
คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมและสร้างเรือ ดำเนินการโดย
บริษัทซิลค์ไลนอินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด ตั้งอยู่ที่อำเภอปราณบุรี
โดยจัดตั้งคลังฯ เมื่อปี พ.ศ. 2538 สำหรับเก็บวัสดุอุปกรณ์ประกอบ
และส่วนประกอบของเรือที่มีขนาดระวางขับน้ำตั้งแต่ 15 ตันกรอส
ขึ้นไป และได้รับยกเว้นอากรตามพิกัดฯภาค 4 ประเภทที่ 7
เมื่อนำวัสดุอุปกรณ์ประกอบและส่วนประกอบของเรือไปซ่อม หรือสร้างเรือขนาดดังกล่าว
ภายใน 3 ปี นับแต่วันนำเข้า
|