ประวัติความเป็นมา

          ที่ทำการด่านศุลกากรระนอง เดิมทีตั้งอยู่บริเวณบ้านปากน้ำ
อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ยกพื้นสูง อยู่ใกล้ปากแม่น้ำระนอง มีขุนประพัฒน์ ศุภผล เป็นนายด่านศุลกากรคนแรก
(พ.ศ.2461-2463) ต่อมาได้ย้ายที่ทำการมาที่ ถนนสะพานปลา อำเภอเมือง (ที่ตั้งปัจจุบัน) ในขณะที่นายเชวง แสงประดับ เป็นนายด่านศุลกากร (พ.ศ.2506-2508) ในสมัยนั้นการปฏิบัติงานในช่วงแรก ๆ เน้นหนักด้านการป้องกันและปราบปราม เนื่องจากการค้าชายแดนจังหวัดระนองกับเกาะสองเป็นการค้านอกระบบ มีสินค้าพื้นเมืองจากประเทศพม่าเข้ามาจังหวัดระนอง เช่น หอม กระเทียม กุ้งแห้ง ปลาเค็ม ฯลฯ เจ้าหน้าที่ศุลกากร จึงต้องนำเรือศุลกากรออกลาดตระเวน ป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำของหนีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร

          ในช่วงปลายของสงครามโลกครั้งที่ 2 เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้มีส่วนร่วมในการปกป้องและรักษาอธิปไตยของชาติ จากคำบอกเล่าของนายซ้าย เพ็ชรคุ้ม ข้าราชการบำนาญของด่านศุลกากรระนอง ซึ่งเข้ารับราชการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2473 มีขุนศุภกิจ เป็นนายด่านศุลกากร (พ.ศ.2469-2480) รับราชการที่ด่านศุลกากรระนองจนเกษียณอายุราชการ เมื่อ พ.ศ.2508 และพระครูประจักษ์ สารธรรม วัดตโปทาราม (วัดบ่อน้ำร้อน) ได้เล่าถึงวีรกรรมของเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรระนองว่า ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 (ประมาณปี พ.ศ.2487) ทหารญี่ปุ่นประมาณ 50 คน ได้ยกพลขึ้นบกทางท่าด่านศุลกากรระนอง เรือทหารญี่ปุ่นจู่โจมเข้ายึดสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญในเขตอำเภอเมืองไว้ได้ กองกำลังของไทยได้เข้าต่อต้านจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายนาย ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวที่บ้านพักของศุลกากร เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ให้ความช่วยเหลือ ให้ที่หลบซ่อนตัวและอาวุธ ต่อมาเมื่อมีการก่อตั้ง “เสรีไทย” นายโพ เดชผล ซึ่งเป็นนายด่านศุลกากรระนอง ในช่วง พ.ศ.2488 และเจ้าหน้าที่ศุลกากรจำนวนหนึ่ง อันได้แก่ นายสมจิตร พลจิตร นายเล็ก โต๊ะมีนา และนายซ้าย เพ็ชรคุ้ม เป็นต้น ได้เข้าร่วมขบวนการเสรีไทย ช่วยเหลือสนับสนุนในด้านการให้ข่าวสาร ข้อมูล การติดต่อประสานงาน เช่น นำเรือศุลกากร 12 ไปรับน้ำมันที่นำมาจากคลังของทหารญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ที่ท่าทรายแดง (ก.ม.30) อำเภอเมือง จังหวัดระนอง แล้วนำไปซ่อนไว้บริเวณบ้านหินดาด เนื่องจากขณะนั้นน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลนมาก และทำหน้าที่ส่ง อาสาสมัครไปฝึกโดดร่มที่เกาะกำ อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เพื่อกลับมาปฏิบัติงานใต้ดินในภาคใต้ รวมทั้งติดต่อประสานงานกับหน่วยในอำเภอกระบุรี อำเภอกะเปอร์ และอำเภอตะกั่วป่า เพื่อหาอาสาสมัครเข้าร่วมขบวนการเสรีไทย โดยมีการติดต่อสื่อสารทางโทรเลขกับขบวนการเสรีไทยในต่างประเทศ โดยอาศัยวิทยุสื่อสารที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นศูนย์กลาง แต่การดำเนินงานช่วงนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากทางญี่ปุ่นเริ่มสงสัยว่า นายโพ เดชผล เป็นหัวหน้าหน่วยเสรีไทยในจังหวัดระนอง อย่างไรก็ตาม นายโพ เดชผล และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ได้ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรค ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความอดทน ไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยและความเสี่ยงต่อชีวิต จนสิ้นสุดภาวะสงคราม และในที่สุดญี่ปุ่นก็เป็นฝ่ายแพ้สงคราม

          ในส่วนของด่านศุลกากร ญี่ปุ่นได้ชดเชยค่าเสียหาย โดยมอบเรือศุลกากร 18 ให้กับ ด่านฯ จากประวัติศาสตร์ดังกล่าว จึงนับได้ว่า ข้าราชการด่านศุลกากรระนองในอดีต ได้มีส่วนร่วม ในการปกป้องจังหวัดระนอง ปกปักรักษาอธิปไตยของประเทศไทย สมควรได้รับการเชิดชูและเป็นเยี่ยงอย่างแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรรุ่นหลังได้สำนึกว่า นอกจากจะมีหน้าที่ในการส่งเสริมเศรษฐกิจแล้ว บรรพบุรุษของศุลกากรส่วนหนึ่งในท้องถิ่นห่างไกลเคยเข้าร่วมปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติบ้านเมืองมาแล้ว

          ปัจจุบัน ด่านศุลกากรระนอง เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง เป็นด่านศุลกากรทางทะเลอันดามัน อยู่ติดเขตแดนประเทศพม่า ตรงข้ามวิคตอเรียพอยท์ (เกาะสองและเกาะสน) ปัจจุบันมีอาคารที่ทำการ ตั้งอยู่บนถนนสะพานปลา ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง มีเขตรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดระนองทั้งหมด รวมถึงอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา บริเวณที่ทำการด่านศุลกากรระนอง มีพื้นที่จำนวน 4 ไร่ 1 งาน 56.10 ตารางวา และบริเวณบ้านพักข้าราชการด่านศุลกากรระนอง ตั้งอยู่ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง มีพื้นที่ 4 ไร่ 2 งาน 67.90 ตารางวา

 





 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1  อาคาร 120 ปี  ชั้น 14  ถนนสุนทรโกษา 
คลองเตย  กทม. โทร 0-2249-7281  โทรสาร 0-2249-4318