ของนำเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องผ่านการตรวจปล่อยของพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรทั้งสิ้น ไม่ว่าจะต้องเสียค่าภาษีอากรหรือไม่ เว้นแต่ของที่ได้รับเอกสิทธิทางการทูตหรือของบบางประเภทที่มีเงื่อนไขให้ยกเว้นการตรวจโดยใช้ระบบบริหารความเสี่ยง(Risk Management) ซึ่งกรมศุลกากรกำหนดไว้ถึง 90 % ของปริมาณใบขนสินค้าทั้งหมด ผู้นำของเข้าจะได้รับการอำนวยความสะดวกในด้านการตรวจปล่อยผู้ทำหน้าที่ตรวจปล่อยได้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานตรวจสินค้าซึ่งกรมศุลกากรได้แต่งตั้งพนักงานแต่ละหน่วยงานให้กระทำหน้าที่โดยเฉพาะตามหน้าที่ของตน
ในการตรวจปล่อยของตามใบขนสินค้ารายหนึ่งๆ จะมีจำนวนกี่หีบห่อก็ตาม จะต้องนำมาให้ตรวจคราวเดียวทั้งหมด จะตรวจปล่อยคราวละ บางส่วนไม่ได้ เว้นแต่มีความจำเป็นพิเศษ เช่น ของขนถ่ายข้างลำ (Overside) การตรวจหากของขนเข้าโรงพักสินค้า จะต้องขนย้ายออกมาเพื่อตรวจ ครั้นตรวจเสร็จแล้วจะนำกลับเข้าเก็บในโรงพักสินค้าอีกไม่ได้ แต่กรณีของที่บรรจุเข้ามาในตู้ Container หากไม่นำออกไปปล่อยวางทิ้งไว้เจ้าหน้าที่จะไม่รู้เลย หากไม่มีใครสนใจติดตามหรือหน่วยงานเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามหรือหน่วยพิเศษไม่มีข้อมูลการตรวจปล่อยซ้ำหลังจากอนุญาตให้นำของออก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะต้องหูตาไวและมีข้อมูลมาก
ก่อนตรวจปล่อยของตามใบขนสินค้าแต่ละฉบับสำหรับสินค้าทุกประเภทจะต้องนำไปตรวจสอบบัญชีสินค้าสำหรับเรือ ซึ่งขณะนี้ผ่านเข้าระบบ Electronic (E-Manifest) ซึ่งป้อนข้อมูลบริหารความเสี่ยงไว้เมื่อใบขนสินค้าฉบับใดไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องเปิดตรวจ 10 % ก็จะได้รับยกเว้นการตรวจ จำนวน 10 % นี้ อยู่ใน Central File แต่ละหน่วยงานสามารถสร้าง Local Profile ใช้สำหรับหน่วยงานของตนได้
สินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้าฉบับใดได้รับยกเว้นการตรวจ เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจปล่อยที่ได้รับการกำหนดชื่อ โดยเครื่องฯจะเป็นผู้สั่งปล่อยในระบบคอมพิวเตอร์ โดยตัวแทนผู้นำของเข้าจะบันทึกชนิดและจำนวนของเอกสารที่ได้แนบมาลงในหลังใบขนฯ ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้เกิดการโต้เถียงกันเมื่อต้องชี้แจงข้อมูลรายละเอียดในเอกสารที่มีการทบทวนหลังการตรวจปล่อย และเกิดการสูญหายระหว่างนำไปเก็บรักษาเมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจปล่อยบันทึกการสั่งปล่อยในเครื่องข้อมูลจะปรากฏที่เครื่องของเจ้าหน้าที่ผู้เก็บรักษาสินค้า ณ โรงพักสินค้าที่นำของเข้า ตัวแทนผู้นำของเข้าสามารถนำของออกไปนอกอารักขาศุลกากรได้ทันที
สินค้ารายใดที่ระบบบริหารความเสี่ยงให้เปิดตรวจก็จะกระทำโดยเจ้าหน้าที่ หรือใช้เครื่อง X-Ray สะดวกและรวดเร็ว เนื่องจากจะมีเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจปล่อยประจำ ณ ศูนย์ X-Ray กรณีสงสัยว่าไม่ตรงตามสำแดง ก็จะเปิดตรวจรายละเอียด หากพบว่าถูกต้องก็จะสั่งปล่อยหรือพบผิดก็จะจับกุมและสั่งให้นำของเข้าไปเก็บรักษาไว้ ณ โรงพักสินค้าจนกว่าดำเนินคดีแล้วเสร็จโดยบันทึกข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เช่นกัน
ศุลกากรสามารถดำเนินการกับของนำเข้าอีกหลายประเภทได้เร็วกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นที่ฝากหน้าที่ให้ศุลกากรดำเนินการ เช่น การชักตัวอย่างสินค้าเคมีหรือสินค้าต้องมีมาตรฐาน เช่น ของเล่นเด็ก การตรวจร่วมสินค้า เช่น ไม้นำเข้า สุราเปิดอากรแสตมป์ แต่การลดตรวจสินค้า 10% ก็ทำให้ผู้นำของเข้าได้รับความสะดวกมากกว้าแต่ก่อน แต่ข้อสังเกต ศุลกากรมีข้อมูลเพียงพอในการบริหารความเสี่ยงที่จะเปิดตรวจเพียง 10 % ในตัวสินค้าหรือผู้นำเข้าเพียงพอหรือยัง