|
จากยุทธศาสตร์ที่ ๑.
มุ่งพัฒนาขีดสมรรถนะมาตรฐานโลก ข.
พัฒนาขีดสมรรถนะด้านบุคลากร) กรมศุลกากร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๐
ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ ๑ (นายสังกรณ์
พึ่งประดิษฐ์) ได้นำเข้าพิจารณาในที่ประชุมนายด่านศุลกากรในสังกัด
ศภ.๑ ครั้งที่ ๖ /๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๙
ณ ห้องประชุมด่านศุลกากรระนอง เรื่องที่ ๒ ที่ประชุมมีมติ
จะดำเนินการทำ KM
ของสำนักในหัวข้อเรื่อง การค้าชายแดน
โดยมอบหมายให้ ผอ.มงคล แสงอินทร์
ส่วนควบคุมทางศุลกากร ศภ.๑ เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการฯ ซึ่ง
ผอ. ศภ.๑ ได้มีความเห็นเกี่ยวกับการทำKM
ไว้ในรายงานการประชุมนายด่านฯ
ครั้งที่ ๗/๒๕๔๙
วันที่ ๘ ธันวาคม
พ.ศ.๒๕๔๙ ณ ห้องประชุมด่านฯจันทบุรี วาระที่ ๕ เรื่องที่ ๒ บางด่านฯที่ไม่ติดชายแดน
จะทำ KM เกี่ยวกับการขนส่งทางเรือก็ได้
โดยต้องการให้ KM ของสำนัก
มีทั้งเรื่องของทางเรือ บก อากาศด้วย ฯ
ต่อมาผอ. ศภ.๑ มีคำสั่ง ศภ.๑ ที่
๗/๒๕๕๐ แต่งตั้งคณะทำงานจัดการความรู้ภายในองค์กร(KM)
ด้านการค้าชายแดน ลงวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๐
เนื่องจากมีการโยกย้ายบุคลากรในคณะทำงาน จึงแก้ไขโดยคำสั่ง ศภ.๑
ที่ ๒๗/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๐ และให้ทุกด่านฯในศภ.๑
จัดตั้งคณะทำงานจัดการความรู้ฯของแต่ละด่านฯด้วย
จากความสำคัญของการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกัน
และประเทศที่ติดต่อถัดไปได้แก่
ประเทศจีน(ทางตะวันตกซึ่งไม่มีทางออกทะเล)
และประเทศสังคมนิยมเวียดนาม
ซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมาก
เป็นที่สนใจของนักลงทุนจากภูมิภาคอื่นเช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป
ญี่ปุ่น เป็นต้น
จึงเป็นโอกาสของประเทศไทยที่มีความได้เปรียบในด้านภูมิศาสตร์
ที่ตั้ง ซึ่งอยู่ใกล้ ทำให้ต้นทุนต่ำ
อีกทั้งมีความใกล้ชิดทางด้านสังคมที่มีขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน
การส่งเสริมการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้สินค้าไทย
สามารถแข่งขันและดำรงอยู่ในตลาดของประเทศเพื่อนบ้านในอัตราเพิ่มขึ้นต่อๆไป
การจัดการความรู้นี้จึงเน้นไปที่ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการศุลกากรในการนำเข้า-ส่งออก
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ โลจิสติกส์(Logistics)
อันเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ประสงค์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง
|