เขตปลอดอากร
เขตปลอดอากร
เขตปลอดอากร หมายถึง
เขตพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ
โดยของที่นำเข้าไปในเขตดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ
สิทธิประโยชน์
(1) ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักร
เพื่อนำเข้าในเขตปลอดอากรในกรณี ดังต่อไปนี้
1.1 ของที่เป็นเครื่องจักร
อุปกรณ์เครื่องมือและเครื่องใช้รวมทั้งส่วนประกอบอุตสาหกรรม พานิชยกรรม
หรือกิจการอื่นใดที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศที่อธิบดีอนุมัติ
1.2
ของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและนำเข้าไปจากเขตปลอดอากรสำหรับใช้ในการประกอบอุตสาหกรรม
พานิชยกรรม หรือกิจการอื่นใดที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ
1.3
ของที่ปล่อยออกมาจากเขตปลอดอากรอื่น
(2) ยกเว้นขาออก สำหรับของที่ปล่อยไปจากเขตปลอดอากรเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร
(3) ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำสินค้าจากต่างประเทศเข้าไปในเขตปลอดอากร
(4) ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากรเฉพาะสินค้าที่ต้องเสียอากรขาออก หรือที่ได้รับยกเวนอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
(5) ยกเว้นภาษีสรรพสามิต สำหรับการนำเข้าและการผลิตของที่กระทำในเขตปลอดอากร
(6) ยกเว้นภาษีสุรา การปิดแสตมป์และค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยสุรากฎหมายยาสูบ และกฎหมายว่าด้วยไพ่ สำหรับการนำเข้าและการผลิตที่กระทำในเขตปลอดอากร
(7) การนำของเข้ามาในราชอาณาจักรหรือการนำวัตถุดิบภายในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากรเพื่อผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือ ดำเนินการอื่นใดกับของนั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรให้ของนั้นได้รับยกเว้นไม่อยู่ภายในบังคับกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ การประทับตราหรือเครื่องหมายใด ๆ แก่ของนั้น
(8) ของใดที่มีกฎหมายบัญญัติให้ได้รับยกเว้นหรือคืนเงินอากรเมื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร หากนำของนั้นเข้าไปในเขตปลอดอากรให้ได้รับยกเว้นหรือคืนเงินอากรโดยให้ถือว่าของนั้นได้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเวลาที่นำขิงเช่นว่านั้นเข้าไปในเขตปลอดอากร
(9) การนำของออกจากเขตปลอดอากรเพื่อใช้หรือจำหน่ายภายในราชอาณาจักร หรือเพื่อโอนเข้าไปสนคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือจำหน่ายให้แก่ผู้นำของเข้าตามมาตรา 19 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 หรือผู้มีสิทธิได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรหรือกฎหมายอื่น ให้ถือว่าเป็นการนำเข้าในราชอาณาจักร หรือนำเข้าสำเร็จในเวลาที่นำของเช่นว่านั้นออกจากเขตปลอดอากร
(10) การนำของในเขตปลอดอากรไปใช้เพื่อการบริโภคหรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ในการนำของออกจากเขตปลอดอากรเพื่อใช้หรือจำหน่ายภายในราชอาณาจักรดังกล่าวในข้อ (9) เว้นแต่จะเป็นการกำจัดหรือทำลายเศษวัสดุของที่เสียหาย ของที่ใช้ไม่ได้หรือของที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งอยู่ภายในเขตปลอดอากรโดยได้รับอนุญาตจากอธิบดี
(11) ของที่ปล่อยจากเขตปลอดอากรเพื่อนำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้คำนวณค่าภาษีตามสภาพของ ราคาของและพิกัดอัตราศุลกากรเป็นอยู่ในเวลาซึ่งได้ปล่อยขอบงเช่นว่านั้นออกไปจากเขตปลอดอากร แต่ในกรณีที่ได้นำของที่มีอยู่ในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยของที่นำเข้าไปนั้นไม่มีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นอากร ไม่ต้องนำราคาของดังกล่าวมาคำนวณค่าภาษี
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจัดตั้งเขตปลอดอากร
(1) สถานที่ที่ขอจัดตั้งเขตปลอดอากร
ต้องอยู่ในบริเวณที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นว่าเหมาะสมและมีพื้นที่ต่อเนื่องกัน
โดยมีขนาดและสถานที่เหมาะสมกับประเภทกิจการ
1.1
กรณีสถานที่จัดตั้งเขตปลอดอากรเฉพาะประกอบการอุตสาหกรรมต้องเป็น
ผู้ที่ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้เป็นผู้ประกอบการเขตประกอบการเขตประกอบการอุตสาหกรรม หรือ
ผู้ที่ได้รับอนุมัติจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมให้เป็นเขตชุมชนอุตสาหกรรมประเภทอาคารโรงงานเอกเทศ หรือ
ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้ใช้พื้นที่ในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป หรือ
ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนสำหรับกิจการเขตอุตสาหกรรมหรือกิจการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์หรือกิจการเขตอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ หรือ
ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบอุตสาหกรรมอื่นใดที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1.2 กรณีการจัดตั้งเขตปลอดอากรเพื่อการพณิชยกรรม ต้องเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกได้แก่
การค้าหรือการบริการหรือการขนส่งระหว่างประเทศ
การกระจายสินค้า คลังสินค้า หรือศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ
การแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ
การซ่อมหรืองานด้านวิศวกรรม
กิจการอื่นที่อธิบดีเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้เขตปลอดอากรหนึ่งอาจเป็นเขตปลอดอากรเพื่อการประกอบอุตสาหกรรมหรือเพื่อการพาณิชยกรรมหรือเพื่อกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างในเขตเดียวกันก็ได้
(2) การจัดตั้งเขตปลอดอากรจะต้องไม่เป็นการจัดตั้งเพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากรเพียงรายเดียวหรือรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ
(3) เขตปลอดอากรต้องมีประตูเข้า-ออก และรั้วที่มั่นคงแข็งแรง เว้นแต่โดยสภาพของกิจการไม่จำเป็นต้องมีรั้ว หรือโดยสภาพแวดล้อมสามารถใช้สิ่งอื่นทดแทนรั้วได้
(4) ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเขตปลอดอากร ต้องจัดให้มีสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่จะเป็น และห้ามมิให้จัดตั้งที่อยู่อาศัยในเขตปลอดอากร
(5) ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเขตปลอดอากร ต้องจัดให้มีสถานที่อันสมควรเป็นที่ทำการและพักอาศัยของเจ้าหน้าที่ศุลกากร พร้อมจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเชื่อมโยงระบบ Electronic Data Interchange : EDI ของกรมศุลกากร และเครื่องมืออำนวยความสะดวกอื่นที่จำเป็น
คุณสมบัติของผู้ขอจัดตั้งเขตปลอดอากร
(1) เป็นรัฐวิสาหกิจ
หรือบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ.2535 หรือบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
และประสงค์ที่จะขอจัดตั้งเขตปลอดอากรในเขตพื้นที่กรุบงเทพมหานครและปริมณฑล
จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำรพแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทของกิจการ
และเป็นกิจการที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง
(2) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครอง
หรือเป็นผู้มีสิทธิบริหารจัดการในที่ดิน หรือพื้นที่ที่ขอจัดตั้ง
การดำเนินการของจัดตั้งเขตปลอดอากร
(1) ผู้ขอจัดตั้งเขตปลอดอากร
จะต้องยื่นคำของเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมเอกสารประกอบตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด
ณ สำนักงานเลขานุการกรม
โดยต้องกำหนดวัตถุประสงค์และประเภทของกิจการที่จะดำเนินการในเขตปลอดอากร
พร้อมทั้งแผนงาน และระยะเวลาของโครงการรวมทั้งแหล่งเงินทุน
(2)
เมื่ออธิบดีกรมศุลกากรอนุมัติในหลักการให้จัดตั้งเขตปลอดอากร
ให้ผู้ได้รับอนุมัติดำเนินการจัดตั้งเขตปลอดอากรตามแบบแปลนแผนผังที่กรมศุลกากรได้รับรองแล้ว
(3)
ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการเขตปลอดอากร
จะต้องทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนตามที่กรมศุลกากรกำหนดภายใน 30
วันนับแต่วันที่อนุมัติ เพื่อค้ำประกันความเสียหาย
ที่อาจเกิดขึ้นแก่กรมศุลกากรและเพื่อผูกพันให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กรมศุลกากรกำหนดขึ้น
(4)
ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการเขตปลอดอากร
จะต้องเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประจำปีตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยกฎกระทรวง
ค่าธรรมเนียมประจำปีจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกๆ ปี
และจะต้องชำระค่าธรรมเนียมประจำปีของปีถัดไป ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม
ของปีปัจจุบัน
คุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากร
(1) เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
ซึ่งได้รับความยินยอมจากผู้ได้รับอนุมัติให้ติดตั้งเขตปลอดอากรและได้รับความเห็นจากอธิบดีกรมศุลกากรให้ดำเนินกิจการในเขตปลอดอากร
(2)
ผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากรต้องดำเนินกิจการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเขตปลอดอากร
หรือกิจการอื่นที่อธิบดีเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการเศรษฐกิจของประเทศ
เว้นแต่เป็นผู้ประกอบกิจการในพื้นที่นั้นอยู่ก่อนที่จะได้รับอนุมัติให้เป็นเขตปลอดอากร
(3)
ต้องไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร
จากการตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปี
การดำเนินการเป็นผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากร
(1)
ผู้ขอเป็นผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากรจะต้องยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร
พร้อมประกอบเอกสารประกอบตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด ณ
สำนักงานเลขานุการกรมโดยต้องระบุประเภทกิจการที่จะดำเนินการในเขตปลอดอากร
(2)
ผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากร
จะต้องทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนดภายใน 30
วันนับตั้งแต่วันที่อนุมัติ
เพื่อค้ำประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่กรมศุลกากรและเพื่อผูกพันให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กรมศุลกากรกำหนดขึ้น
(1) ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการเขตปลอดอากรและผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากรมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ระเบียบ คำสั่ง และประกาศกรมศุลกากรทั้งที่ใช้บังคับอยู่หรือที่จะออกใช้บังคับต่อไปภายหน้า รวมทั้งข้อกำหนดตามสัญญาประกันและทัณฑ์บน โดยเคร่งครัด
(2) ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุมัติไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด จำเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง อธิบดีมีอำนาจเพิกถอนให้มีผลบังคับใช้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากกรมศุลกากร