คลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายศุลกากร คือสถานที่ที่กรมศุลกากร ได้อนุมัติให้เอกชนหรือส่วนราชการจัดตั้งขึ้นเพื่อเก็บของที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติไว้ โดยผู้ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนต้องเสียค่าธรรมเนียมประจำปีตามอัตราที่กำหนดโดยกระทรวงการคลัง คือ สำหรับคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปอู่ซ่อมหรือสร้างเรือและคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงพักสินค้าแห่งละ 10,000 บาท สำหรับคลังสินค้าทัณฑ์บนอื่น ๆ นอกจากนี้ แห่งละ 30,000 บาท ซึ่งคลังสินค้าทัณฑ์บนแบ่งตามหลักกฎหมายศุลกากรมี 3 ประเภท คือ
1. คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภททั่วไป จัดตั้งตามมาตรา 8 พ.ร.บ. ศุลกากร พุทธศักราช 2469
2. คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร จัดตั้งตามมาตรา 8 ทวิ (1) พ.ร.บ. ศุลกากรพุทธศักราช 2469
3. คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า จัดตั้งตามมาตรา 8 ทวิ (2) พ.ร.บ. ศุลกากรพุทธศักราช 2469
กรมศุลกากรอนุมัติให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปเพื่อให้บริการสาธารณประโยชน์ในการเก็บรักษาของที่นำเข้าจากต่างประเทศ
การบรรจุหรือแบ่งบรรจุ การขนถ่ายสินค้า การกระจายสินค้า และเพื่อกิจการอื่น ๆ ที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นสมควรอันเป็นการช่วยสนับสนุนการผลิตการประกอบอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกรมศุลกากรกำหนดระยะเวลาให้เก็บของที่นำเข้าจากต่างประเทศในคลังสินค้าทัณฑ์บนได้ 2 ปี
คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปนอกจากเป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปอย่างแท้จริงที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการเก็บของที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นการทั่วไปแล้ว ยังมีคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปที่เรียกชื่อย่างอื่นและใช้เก็บเฉพาะของตามวัตถุประสงค์ที่กรมศุลกากรอนุมัติจัดตั้ง เช่น
- คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดตั้งแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (คสท.) เพื่อประโยชน์ในการนำของที่เข้าจากต่างประเทศ หรือของที่นำเข้ามาผลิต ผสม ประกอบหรือบรรจุในประเทศที่มีเงื่อนไขได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายศุลกากร หรือกฎหมายอื่น หรือของในประเทศซึ่งไม่มีค่าอากรเข้าไป จัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการหรือเพื่อกิจการอื่น ๆ ที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นสมควร
- คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับเก็บน้ำมัน (คสน.) เป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนที่อนุมัติให้จัดตั้งใช้
สนับสนุนการสำรองน้ำมัน เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการค้าน้ำมันทั้งภายในและระหว่างประเทศ
- คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือเพื่อใช้เก็บส่วนประกอบ อุปกรณ์ประกอบ และ
วัสดุสำหรับซ่อมหรือสร้างเรือที่ได้รับยกเว้นอากรตามพิกัดฯ ภาค 4 ประเภท 7 อันเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของประกาศกรมศุลกากรที่ 36 2538
คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร
กรมศุลกากรอนุมัติให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรเพื่อแสดงและขายของที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้น โดยมีคลังสินค้าทัณฑ์บนอยู่ 2 ลักษณะ คือ
คลังสินค้าทัณฑ์บนกลาง หมายถึง คลังสินค้าทัณฑ์บนที่ให้บริการสาธารณะสำหรับเก็บของนำเข้า เพื่อนำไปแสดงและขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขาย
คลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขาย หมายถึง คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับแสดง และขายของที่จัดตั้งขึ้น ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ หรือตามสถานที่ท่องเที่ยว หรือจังหวัดที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและกรมศุลกากรพิจารณาเห็นว่าเหมาะสมและสามารถควบคุมได้ หรือ สถานที่อื่นที่อธิบดีเห็นสมควร แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
- คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับผู้โดยสารขาเข้า
ซึ่งแบ่งออกเป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนที่ตั้งอยู่ในเขตสนามบิน (ภายในบริเวณพื้นที่ห้องผู้โดยสารขาออก) และคลังสินค้าทัณฑ์บนออกเขตสนามบิน สถานที่อื่นใดตามที่อธิบดีเห็นสมควรนอกเหนือจากบริเวณคลังสินค้าทัณฑ์บนในเขตสนามบิน ขายของให้แก่ผู้ซื้อที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งมีหนังสือเดินทางและหลักฐานที่แสดงว่ากำลังจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยชนิดของที่ขาย หรือแสดงเพื่อขายมีทั้งของที่นำเข้าและของภายในประเทศที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นชอบ และสามารถซื้อได้ไม่จำกัดจำนวน
คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า
กรมศุลกากรอนุมัติให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าเพื่อให้นำวัตถุดิบที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเข้าเก็บ แล้วให้นำวัตถุดิบนั้นทำการผลิต ผสม ประกอบ บรรจุหรือดำเนินการอื่นใดในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้น และได้รับการยกเว้นอากรทั้งขาเข้าและขาออก หากนำของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร
สิทธิประโยชน์ของคลังสินค้าทัณฑ์บน
1. ได้รับยกเว้นภาษีศุลกากรขาเข้าและขาออก สำหรับของที่นำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน เพื่อส่ง
ออกนอกราชอาณาจักร หรือโอนเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บนอื่น ๆ หรือจำหน่ายให้แก่ผู้นำเข้าตามมาตรา 19 ทวิ หรือให้แก่ผู้มีสิทธิยกเว้นอากรตามกฎหมายต่าง ๆ เช่นการนำเข้าไปในเขตอุตสาหกรรมส่งออกหรือเขตปลอดอากร (มาตรา 88 วรรค 2,3 พ.ร.บ.ศุลกากร พุทธศักราช 2469 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2531
มาตรา 88 รายละเอียดแห่งของที่ได้จดไว้ตามมาตรา 87 ให้ใช้สำหรับประเมินอากรแก่ของนั้นแต่ในกรณีที่ได้ใช้ของดังกล่าวใน การผลิต
ผสม ประกอบ บรรจุหรือดำเนินการอื่นใดในคลังสินค้าทัณฑ์บนให้คำนวณปริมาณที่ใช้ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีเห็นชอบหรือที่อธิบดีประกาศกำหนด
ให้ยกเว้นการเก็บอากรขาเข้าและอากรขาออกแก่ของที่ปล่อยออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรทั้งนี้ไม่ว่าจะปล่อยออก
ไปในสภาพเดิมที่นำเข้าหรือในสภาพอื่น
การปล่อยของออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บนหากเป็นการโอนเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนอื่นหรือจำหน่ายให้แก่ผู้นำของเข้าตามมาตรา 19 ทวิ
แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พุทธศักราช 2482 หรือ ผู้มีสิทธิได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร หรือกฎหมายอื่น ให้ถือเป็นการส่งออกนอกราชอาณาจักรในเวลาที่ปล่อยของเช่นว่านั้นออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
2. สามารถค้ำประกันภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับของนำเข้าจากต่างประเทศและนำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนได้ (ม.83/8 วรรคสอง ประมวลรัษฎากร)
ในกรณีนำเข้าสินค้าเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือกรณีนำเข้าเครื่อง
จักร หรือวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตเพื่อการส่งออกของผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ผู้นำเข้าจะวางประกัน หลักประกั่น หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันเพื่อเป็นประกันภาษีมูลค่าเพิ่มแทนการชำระภาษีก็ได้
3. สามารถค้ำประกันภาษีสรรพสามิตสำหรับของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศและนำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือของที่ผลิตขึ้นใน
คลังสินค้าทัณฑ์บน (มาตรา 21 พ.ร.บ. สรรพสามิต พ.ศ. 2527 ประกอบประกาศกระทรวงการคลังเรื่องการเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับสินค้าที่นำเข้า ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2527 ข้อ 2)
มาตรา 21 ในกรณีสินค้าที่นำเข้ารัฐมนตรีจะประกาศให้กรมศุลกากรเรียกเก็บภาษีเพื่อกรมสรรพสามิตก็ได้ และให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศ
กำหนดให้ชำระภาษี หรือวางเงินหรือหลักประกันอย่างอื่น หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันเป็นประกันภาษีก่อนที่จะปล่อยสินค้าพ้นไปจากอารักขาของกรมศุลกากร
ข้อ 2 การรับของออกไปจากอารักขาของศุลกากร ให้ผู้นำเข้ายื่นใบขนสินค้า ฯ พร้อมแบบรายการภาษีสรรพสามิตต่อกรมศุลกากร ในกรณี ขอรับของไปก่อนต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมศุลกากรหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรโดยให้กรมศุลกากรเรียกเก็บ ภาษีสรรพสามิต หรือวางเงินหรือหลักประกันอย่าอื่น หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันสำหรับภาษีสรรพสามิตแล้วแต่กรณโดยปฏิบัติเช่นเดียวกับการเรียกเก็บอากรศุลกากร
4. ยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับเศษหรือของด้วยคุณภาพที่เกิดจากการนำของเข้ามาผลิต ผสมประกอบในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า ซึ่งมิได้นำออกนอกราชอาณาจักร แต่จำหน่ายด้วยวิธีบริจาคเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่ส่วนราชการแผ่นดินหรือองค์การสาธารณกุศล (ประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยการลดอัตราอากรและการยำเว้นอากรศุลกากรฯ ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2544 ข้อ (3.4))
5. ยกเว้นอากรสำหรับของที่นำเข้าตามมารตรา 19 ทวิ หรือนำเข้าตามความหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนที่ได้นำเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บน ไม่ว่านำเข้าไปในสภาพเดิมหรือในสภาพอื่น แล้วให้นำของนั้นออกไปนอกราชอาณาจักร (ประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยการลดอัตราอากรและการยำเว้นอากรศุลกากรฯ ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2544 ข้อ (3.5))
6. ยกเว้นอากรศุลกากรเศษวัตถุดิบหรือของที่เสียหารหรือใช้ไม่ได้ที่เกิดหรือที่จะใช้ในการผลิต ผสม ประกอบในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภท โรงผลิตสินค้าที่ทำลายตามระเบียบของกรมศุลกากร (ประกาศกระทรวงการคลังฯ ข้อ(3.6))
7. ยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้าเก็บรักษาไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ซึ่งเสียหรือเสื่อมคุณภาพที่ทำลายตามระเบียบ
ของกรมศุลกากร (ประกาศกระทรวงการคลังฯ ข้อ (3.7))
8. ยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับเครื่องจักส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบเครื่องจักร รวมถึงเครื่องมือและเครื่องใช้ที่ใช้กับเครื่องจักรดังกล่าว
ที่อธิบดีกรมศุลกากรอนุญาตให้นำเข้ามาเพื่อใช้ทำการผลิตสินค้าในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า (ประกาศกระทรวงการคลังฯข้อ (3.10))
9. ยกเว้นอากรศุลกากรแก่ของใช้สิ้นเปลืองแม้ไม่มีการส่งออก เช่น ผงขัด กระดาษทราย น้ำยาขัดเงา ไม่รวมน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่น
(ประกาศกรมศุลกากรที่ 89-2540 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2540)
พิธีการเกี่ยวกับการนำของเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บน
1. ผู้นำของเข้าต้องจัดทำใบขนสินค้าตามแบบ กศก 99/1 เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับรองภายใน 30 วัน นับแต่วันนำเข้า โดยมีสำเนา 3 ฉบับ ยื่นพร้อมใบสั่งปล่อย บัญชีราคาสินค้าพร้อมสำเนา 3 ฉบับ
2. ผู้นำของเข้าต้องนำของเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนภายใน 30 วัน นับแต่วันนำเข้าในการตรวจปล่อยของเพื่อนำเข้าเก็บใน คลังสินค้าทัณฑ์บน จะใช้อัตราเปิดตรวจตามที่กำหนดไว้สำหรับการตรวจของทั่วไป โดยต้องทำการตรวจปล่อย ณ ท่าหรือที่หรือสนามบินศุลกากร ที่นำของเข้าเท่านั้น สำหรับคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปต้องทำการเปิดตรวจทุกใบขนสินค้า ส่วนคลังสินค้าประเภทอื่นไม่ถูกเปิดตรวจสินค้าทุกใบขนสินค้า ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระบบบริหารความเสี่ยง(PROFILE) ที่กรมศุลกากรกำหนดหากใบขนสินค้าฉบับใดถูกเปิดตรวจ ต้องทำการตรวจปล่อย ณ ท่าหรือที่ที่หรือ สนามบินศุลกากรที่นำของเข้าเท่านั้น เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนอื่นปฏิบัติพิธีการ ต่อหน่วยงานพิธีการของสำนักงานศุลกากรที่กำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้น
3. การขนย้ายของที่นำเข้าไปเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน ให้ผู้นำของเข้าหรือตัวแทนลงลายมือชื่อในสมุดทะเบียนรับสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมเอกสารประกอบและของไปมอบให้เจ้าหน้าที่ศูลกากรกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรไม่คุมส่งและไม่ประทับตราศุลกากรแต่อย่างใด
4. เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำท่าหรือที่หรือสนามบินศุลกากรและเจ้าหน้าที่ศุลกากร ผู้กำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนจะแจ้งข้อมูลการส่งของและการรับของ ให้แต่ละฝ่ายทราบเพื่อเป็นข้อมูลการควบคุมของไม่ให้เกิดการทุจริตนำของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยไม่ส่งออก
1. ให้ผู้ส่งของออกหรือตัวแทนจัดทำใบขนสินค้าขาออกตามแบบ กศก 101/1 โดยมีสำเนา 3 ฉบับ พร้อมบัญชีราคาสินค้านำเนาใบขนสินค้า ขาเข้าที่นำของเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนพร้อมกับแนบบัญชีรายละเอียดการออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน และเอกสารประกอบอื่น ๆ
2. การตรวจปล่อยของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน กรณีส่งอกนอกราชอาณาจักรทางเรือด้วยระบบคอนเทนเนอร์ และการส่งออกทางอากาศยานจะได้รับ การยกเว้นการเปิดตรวจสินค้าเจ้าหน้าที่ศุลกากรกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนเพียงแต่ประทับตราศุลกากรส่งไปยังท่าหรือที่หรือสนามบินศุลกากรที่ส่งออกเท่านั้น
3. การขนย้ายสินค้าที่ส่งออกกรณีเป็นคอนเทนเนอร์ ที่บรรจุสินค้าของออกผู้ส่งออกรายเดียว (FCL) เจ้าหน้าที่ศุลกากรกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บน
จะใบกำกับคอนเทนเรอร์ให้ผู้ส่งของออกหรือตัวแทนกำกับของไปยังท่าที่ส่งออกกรณีอื่น ๆ จะมอบต้นฉบับใบขนสินค้าขาออกและเอกสารประกอบให้ผู้ส่ง ของออก หรือตัวแทนนำไปยังท่าที่ส่งของออก
4. เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่กำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนและเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ท่าที่ส่งของออกจะแจ้งข้อมูลการส่งของและการรับของ ให้แต่ละฝ่ายทราบ เพื่อเป็นข้อมูลการควบคุมของไม่ให้เกิดการทุจริตนำของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยไม่ส่งออก
อนึ่ง การส่งของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อนำเข้าไปในเขตอุตสาหกรรมส่งออกหรือเขตปลอดอากรปฏิบัติพิธีการยื่นใบขนสินค้าขาออกเช่นเดียวกันกับการส่งของนั้นออกนอกราชอาณาจักร
1. จัดทำใบขนสินค้าตามแบบ กศก 99/1 พร้อมสำเนา 3 ฉบับ และแนบบัญชีรายละเอียดการนำของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนตามแบบที่ กรมศุลกากรกำหนด โดยสำแดงรายการและปริมาณสินค้าตามจำนวนที่ประสงค์จะนำออกพร้อมแนบสำเนาภาพถ่ายใบขนสินค้าขาเข้าที่นำของเข้า
ในการคำนวณค่าภาษีให้ถือสภาพของ ราคา และพิกัดอัตราศุลกากรตามที่เป็นอยู่ในเวลาต่างๆ ดังต่อไปนี้
สภาพของ ถือตามรายละเอียดแห่งของที่จดไว้ตามมาตรา 87 ขณะที่นำของเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน (มาตรา 88)
ราคาของ รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ถือตามที่เป็นอยู่ในเวลาที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียค่าภาษีเกิดขึ้น หรือวันนำเข้าสำเร็จตามมาตรา 10 ทวิ วรรคสอง (ตามข้อมูลที่ปรากฏในใบขนสินค้าขาเข้าที่นำของเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน)
อัตราอากร ให้ถือตามอัตราอากรที่เป็นอยู่ในเวลาที่ปล่อยของออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บน (มาตรา 10 ทวิ วรรคสอง)
2. การตรวจปล่อยของเจ้าหน้าที่ศุลกากรกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนจะเป็นผู้ทำการตรวจปล่อย
ในการคำนวณค่าภาษีสำหรับของที่นำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อใช้หรือจำหน่ายในราชอาณาจักรกรมศุลกากรกำหนดให้เรียกเก็บเงินเพิ่มร้อยละ 1 ต่อเดือนกรณีการนำเของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรและคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าแต่ไม่เรียกเก็บเงินเพิ่มดังกล่าวกรณีนำของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภททั่วไป
ระยะเวลาในการเก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บน
กรมศุลกากรได้กำหนดระยะเวลาในการเก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนเอาไวเมื่อของใดเก็บอยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นจะสั่งให้ ผู้นำของเข้าและ หรือเจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนดำเนินการชำระอากรหรือให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันควรแก่กรณี อาจจะพิจารณาขยายเวลาออกไปได้ ซึ่งระยะเวลาในการเก็บรักษาของในคลังสินค้าทัณฑ์บนต่างๆ มีดังนี้
คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป เก็บได้ 2 ปี นับตั้งแต่วันนำเข้า (ประมวลฯ ข้อ 5 02 02 25)
คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (คสท.) เก็บได้เพียงเท่าที่กำหนดเวลาที่จัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการเท่านั้น ทั้งนี้ ต้องนำของดังกล่าวออกจาก คสท. ภายใน 60 วัน นับแต่วันสิ้นสุดการจัดแสดง (ประมวลฯ ข้อ 5 02 03 13)
คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับเก็บน้ำมัน (คสน.) เก็บได้ 6 เดือน นับแต่วันนำเข้า (ประมวลฯ ข้อ 5 02 04 15)
คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือเก็บได้ 3 ปี นับแต่วันนำเข้า (ประมวลฯ ข้อ 5 02 05 10)
คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรเก็บได้ 2 ปี นับแต่วันนำเข้า (ประมวลฯ ข้อ 5 02 06 13)
คลังสินค้าทัณฑ์บน (ประมวลฯ ข้อ 5 02 07 26)
กระทรวงการคลังได้กำหนดค่าธรรมเนียมประจำปีสำหรับคลังสินค้าทัณฑ์บนไว้ดังต่อไปนี้
(1) คลังสินค้าทัณฑ์บนตามมาตรา 8
(ก) คลังสินค้าทัณฑ์บนอู่ซ่อมสร้างเรือหรืออากาศยานแห่งละ 10,000 บาท
(ข) คลังสินค้าทัณฑ์บนอื่นๆ แห่งละ 30,000
(2) คลังสินค้าทัณฑ์บนตามมาตรา 8 ทวิ
(ก) คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับแสดงและขายของที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน แห่งละ 30,000 บาท
(ข) คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าแห่งละ 10,000 บาท
(ค) คลังสินค้าทัณฑ์บนอื่นๆ แห่งละ 30,000 บาท